ทวีปอเมริกาเหนือ
ขนาด
อเมริกาเหนือเป็นทวีปที่มีขนาดเนื้อที่ประมาณ 24,247,000 ตารางกิโลเมตร มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 รองจากทวีปเอเชียและแอฟริกา
อาณาเขตติดต่อ
1) ทิศเหนือ ติดต่อกับสมุทรอาร์กติก
2) ทิศตะวันออก ติดต่อกับสมุทรแอตแลนติก
3) ทิศใต้ ติดต่อกับ มหาสมุทรแปซิฟิก
4) ทิศตะวันตก ติดต่อกับมหาสมุทรแปซิฟิก
ภูมิภาค
อเมริกาเหนือแบ่งตามสภาพสังคมวัฒนธรรม มี 2 ส่วน ได้แก่ แองโกลอเมริกาและละตินอเมริกา โดยถือ
เอาแม่น้ำริโอแกรนด์ ( Rio Grande ) เป็นพรมแดนระหว่างเม็กซิโกกับสหรัฐอเมริกาเป็นแนวแบ่ง
1.แองโกลอเมริกา ( Anglo-America ) คือ ดินแดนที่อยู่ทางตอนเหนือของแม่น้ำริโอแกรนด์ ประกอบ
ด้วยประเทศสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ประชากรส่วนใหญ่เป็นผู้สืบเชื้อสายมาจากชาวอังกฤษ
2.ละตินอเมริกา ( Latin-America ) คือ ดินแดนของประเทศต่างๆ ที่อยู่ทางตอนใต้ของแม่น้ำริโอแกรนด์
ประชากรส่วนใหญ่สืบเชื้อสายและวัฒนธรรมมาจากสเปนและโปรตุเกส
ลักษณะภูมิประเทศ แบ่งออกเป็น 4 เขต
1. เขตหินเก่าแคนาดา (Canadian Shield) ได้แก่ พื้นที่บริเวณรอบๆ อ่าวฮัดสันลงมาถึงทะเลสาบทั้ง 5
เป็นเขตหินที่เก่าแก่ที่สุดเช่นเดียวกับบอลติกชีลด์ในทวีปยุโรป ประกอบด้วยหินเปลือกโลกที่มีอายุเก่าแก่และผ่าน
การสึกกร่อนมานาน ลักษณะของพื้นที่จึงเป็นที่ราบเกือบทั้งหมดและอยู่ในเขตอากาศหนาวจัด ทางตอนเหนือมี
เกาะใหญ่น้อยมากมาย พื้นที่ส่วนใหญ่มีธารน้ำแข็งปกคลุม มีประชากรอาศัยอยู่เบาบางและมีจำนวนน้อยมาก
2. เขตเทือกเขาภาคตะวันออก มีอาณาเขตตั้งแต่เกาะนิวฟันด์แลนด์ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของ
แคนาดาลงมาถึงภาคตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกา เป็นเขตหินเก่าแต่มีอายุน้อยกว่าเขตหินเก่าแคนาดา
ประกอบด้วยเทือกเขาเตี้ยๆ ที่ผ่านการสึกกร่อนมานาน ได้แก่ เทือกเขาแอปปาเลเชียน มียอดเขาสูงสุดชื่อ ยอด
เขามิตเชล อยู่ในมลรัฐนอร์ทแคโรไลนา สูง 2,005 เมตร
3. เขตเทือกเขาสูงภาคตะวันตก เป็นเขตเทือกเขาสูงที่สลับซับซ้อนกันหลายแนวที่เกิดจากการโก่งตัว
ของเปลือกโลกที่มีอายุน้อย จึงเป็นเขตที่มักเกิดปรากฏการณ์แผ่นดินไหว มีอาณาบริเวณตั้งแต่ตอนเหนือสุดของ
ช่องแคบแบริงจนถึงประเทศปานามา ได้แก่ เทือกเขาอะแลสกา มียอดเขาสูงสุดในทวีปอเมริกเหนือ ชื่อ ยอด
เขาแมกคินลีย์ (6,190 เมตร) เทือกเขารอกกี เทือกเขาแคสเกต เทือกเขาเซียราเนวาดา เทือกเขาเซียรามาเดร
และเทือกเขาโคสต์ระหว่างเทือกเขาสูงเหล่ามีที่ราบสูงระหว่างเทือกเขาที่สำคัญ คือ ที่ราบสูงอะแลสกา ที่ราบ
สูงบริติชโคลัมเบีย ที่ราบสูงเกรตเบซิน ที่ราบสูงโคโลราโด และที่ราบสูงเม็กซิโก โดยเฉพาะที่ราบสูงโคโลราโด
มีลักษณะภูมิประเทศที่เป็นโกรกธาร หุบเหวลึก มีหน้าผาสูงชัน ซึ่งเป็นผลมาจากการไหลของแม่น้ำโคโลราโด
ทำให้เกิดการกัดเซาะดินและชั้นหิน เกิดเป็นภูมิประเทศที่สวยงาม ที่มีชื่อเสียงมากที่สุด คือ แกรนด์แคนยอน
( Grand Canyon ) ในมลรัฐแอริโซนา และมีอุทยานแห่งชาติที่มีชื่อเสียงมาก คือ อุทยานแห่งชาติเยลโลสโตน
เป็นอุทยานน้ำพุร้อนกีเซอร์ รวม 120 แห่ง
4. เขตที่ราบภาคกลาง เป็นที่ราบกว้างใหญ่ มีอาณาเขตตั้งแต่มหาสมุทรอาร์กติกทางตอนเหนือลงมา
จนถึงอ่าวเม็กซิโกทางตอนใต้ และระหว่างเทือกเขารอกกีกับเทือกเขาแอปปาเลเชียน ประกอบด้วยชั้นหินที่เกิด
จากการโก่งตัวของเปลือกโลก ลักษณะโดยทั่วไปเป็นที่ราบลูกคลื่น คือ บริเวณที่สูงจะอยู่ตอนเหนือและเขต
ติดต่อกับเทือกเขารอกกี บริเวณตอนกลางเป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำต่างๆ ประกอบด้วยเขตที่ราบ 6 เขต คือ
4.1 ที่ราบลุ่มแม่น้ำแมกเคนซี (Mackenzie Lowlands) อยู่ตอนเหนือสุดระหว่างเขตหินเก่าแคนาดากับ
เทือกเขาแมกคินลีย์ เป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำแคบๆ มีประชากรอาศัยอยู่เบาบาง เนื่องจากมีอากาศหนาวเย็น
4.2 ที่ราบแพร์รีแคนาดา (Canadian Prairie) เป็นที่ราบใหญ่อยู่ทางภาคกลางของแคนาดา ได้แก่
บริเวณรัฐแมนิโทบา ซัสแคตเชวัน แอลเบอร์ทา เป็นเขตปลูกข้าวสาลีที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก
4.3 ที่ราบลุ่มทะเลสาบทั้ง 5 และลุ่มแม่น้ำเซนต์ลอเรนซ์ (Great Lakes and St.Lawrence)
ทะเลสาบทั้ง 5 ได้แก่ ทะเลสาบสุพีเรีย (ทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในโลก) มิชิแกน ฮูรอน อีรี และออนแตริโอ
เป็นแหล่งน้ำที่มีอาณาเขตติดต่อกัน และระหว่างทะเลสาบอีรีกับออนแตริโอมีน้ำตกขนาดใหญ่ ชื่อว่า
น้ำตกไนแอการาและที่ชายฝั่งทะเลสาบออนแตริโอ มีทางระบายซึ่งเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำเซนต์ลอเรนซ์ไหล
ลงสู่มหาสมุทรแอตแลนติก เขตที่ราบรอบทะเลสาบทั้ง 5 และลุ่มแม่น้ำเซนต์ลอเรนซ์ มีดินที่เหมาะแก่การเพาะ
ปลูก และเป็นบริเวณที่การขนส่งทางน้ำภายในทวีปสำคัญที่สุดในโลก จึงเป็นเขตที่มีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่น
4.4 ที่ราบลุ่มแม่น้ำมิสซิสซิปปี-มิสซูรี (Missisippi-Missouri Plain) เป็นที่ราบที่เกิดจากแม่น้ำพัดเอา
ดินตะกอนมาทับถมเป็นบริเวณกว้าง เหมาะแก่การเพาะปลูก ได้แก่ แม่น้ำมิสซิสซิปปี ซึ่งมีความยาวที่สุดใน
อเมริกาเหนือ ยาว 3,779 กิโลเมตร ไหลลงสู่อ่าวเม็กซิโก และมีแม่น้ำสาขา คือ แม่น้ำมิสซูรี โอไฮโอ เทนเนสซี
อาร์คันซอส์เป็นเขตที่มีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่นแห่งหนึ่งของอเมริกาเหนือ
4.5 ที่ราบชายฝั่งอ่าวเม็กซิโกและชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก (Gult Coast and Atlantic Plain)
มีบริเวณตั้งแต่ทางตะวันออกของเทือกเขาแอปปาเลเชียนลงไปทางใต้ถึงอ่าวเม็กซิโก โดยเฉพาะที่ราบชายฝั่ง
อ่าวเม็กซิโกเป็นเขตที่มีอากาศร้อน จึงเหมาะแก่การปลูกพืชเมืองร้อน เช่น ยาสูบ ข้าวเจ้า ฝ้าย ผลไม้ต่างๆ
4.6 ที่ราบบนที่สูง (High Plains)ได้แก่ พื้นที่ทางด้านตะวันออกของเทือกเขารอกกี ซึ่งเป็นเขตเงาฝน
หรือเขตอับลม ทำให้มีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยต่อปีต่ำ เป็นเขตเหมาะสำหรับปลูกข้าวสาลี โดยใช้เครื่องจักรทุ่นแรงใน
การเพาะปลูกแบบไร่ขนาดใหญ่
ลักษณะภูมิอากาศ ปัจจัยที่ควบคุมภูมิอากาศให้มีลักษณะแตกต่างกัน มีดังนี้
1. ที่ตั้ง อเมริกาเหนือเป็นทวีปมีอาณาเขตตั้งแต่ใกล้ขั้วโลกถึงใกล้เส้นศูนย์สูตร ทำให้มีอากาศทั้งใน
เขตหนาว อบอุ่น และร้อน แต่ส่วนใหญ่อยู่ในเขตอบอุ่น (ซึ่งอยู่ระหว่างเส้นทรอปิกออฟแคนเซอร์กับเส้นอาร์กติก
เซอร์เคิล : 23 - 66 องศาเหนือ)
2. ลักษณะภูมิประเทศ เทือกเขาส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในแนวเหนือ-ใต้ โดยเฉพาะทางตะวันตก เป็นกำแพง
ขวางกั้นทิศทางลมที่พัดนำความชื้นจากมหาสมุทรแปซิฟิก ทำให้พื้นที่ภายในทวีปเป็นเขตแห้งแล้งแบบ
ทะเลทรายและกึ่งทะเลทราย ส่วนทางตะวันออกมีเทือกเขาไม่สูงมากนัก ซึ่งวางตัวอยู่ในแนวตะวันออกเฉียง
เหนือ-ตะวันตกเฉียงใต้ ไม่ขวางกั้นทิศทางลมที่นำความชื้นจากมหาสมุทรแอตแลนติก และมีอิทธิพลต่อ
ภูมิอากาศส่วนใหญ่ของทวีปอเมริกาเหนือ
3. กระแสน้ำ ชายฝั่งตะวันออกด้านมหาสมุทรแอตแลนติกของสหรัฐอเมริกา มีกระแสน้ำอุ่นกัลฟ์สตรีม
ไหลผ่าน ทำให้ชายฝั่งด้านนี้มีอากาศไม่หนาวเย็นมากนัก แม้จะตั้งอยู่ในละติจูดสูง ส่วนชายฝั่งตะวันออกด้าน
มหาสมุทรแอตแลนติกของแคนาดา มีกระแสน้ำเย็นแลบราดอร์ไหลผ่าน ทำให้มีอากาศหนาวเย็นมากบริเวณที่
กระแสน้ำอุ่นกัลฟ์สตรีมกับกระแสน้ำเย็นแลบราดอร์ ไหลมาบรรจบกัน ทำให้เป็นแหล่งที่มีปลาชุกชุมมากแห่งหนึ่ง
ของโลก เรียกว่า แกรนด์ แบงก์ ทางชายฝั่งด้านมหาสมุทรแปซิฟิก มีกระแสน้ำอุ่นอะแลสกาเหนือไหลผ่าน ทำ
ให้มลรัฐวอชิงตันของสหรัฐอเมริกาและรัฐบริติชโคลัมเบีย มีอากาศอบอุ่นไม่หนาวเย็น แม้จะอยู่ในละติจูดสูง
ส่วนทางใต้มีกระแสน้ำเย็นแคลิฟอร์เนียไหลเลียบชายฝั่ง ทำให้ชายฝั่งด้านนี้มีอากาศไม่ร้อนจัดในฤดูร้อน แม้จะ
ตั้งอยู่ในละติจูดต่ำ
เขตภูมิอากาศในอเมริกาเหนือ แบ่งออกเป็น 12 เขต ดังนี้
1. ภูมิอากาศแบบป่าดิบชื้น ( Tropical Rainforest Climate )
ลักษณะอากาศ เป็นภูมิอากาศที่มีฝนตกชุกและอุณหภูมิสูงตลอดปี
พืชพรรณธรรมชาติ เป็นป่าดิบชื้น
บริเวณที่พบ ชายฝั่งตะวันออกของอเมริกากลาง บางส่วนของหมู่เกาะอินดีสตะวันตก
2. ภูมิอากาศแบบทุ่งหญ้าเมืองร้อน ( Tropical Grassland Climate )
ลักษณะอากาศ เป็นภูมิอากาศที่มีอุณหภูมิในฤดูร้อนกับฤดูหนาวแตกต่างกันมาก มีฝนตกปานกลาง
ส่วนใหญ่ตกในฤดูร้อนและมีฤดูแล้งสลับปีละหลายเดือน
พืชพรรณธรรมชาติ เป็นป่าโปร่งสลับทุ่งหญ้า เรียกว่า ทุ่งหญ้าสะวันนา
บริเวณที่พบ พื้นที่ส่วนใหญ่
ของเม็กซิโกและหมู่เกาะอินดีสตะวันตก ชายฝั่งตะวันตกของอเมริกากลาง
3. ภูมิอากาศแบบทะเลทราย (Desert Climate)
ลักษณะอากาศ เป็นภูมิอากาศร้อนแห้งแล้ง ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยไม่เกิน 10 นิ้ว/ปี
พืชพรรณธรรมชาติ เป็นพืชจำพวกตะบอกเพชรและไม้ประเภทมีหนาม
บริเวณที่พบ ภาคตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกาและภาคเหนือของเม็กซิโก
4. ภูมิอากาศแบบทุ่งหญ้ากึ่งทะเลทราย (Steppe Climate)
ลักษณะอากาศ เป็นภูมิอากาศร้อนแห้งแล้ง ฤดูหนาวอากาศหนาวจัด ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 10-15 นิ้ว/ปี
พืชพรรณธรรมชาติ เป็นทุ่งหญ้าสั้นๆ เรียกว่า ทุ่งหญ้าสเตปป์ (Steppe)
บริเวณที่พบ ชายขอบของทะเลทรายทางตะวันตกและตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกา บางส่วน
ของแคนาดาและเม็กซิโก
5. ภูมิอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน ( Mediterranean Climate )
ลักษณะอากาศ เป็นภูมิอากาศร้อนจัดและแห้งแล้งในฤดูร้อน มีอากาศอบอุ่น มีฝนตกในฤดูหนาว
พืชพรรณชาติ เป็นทุ่งหญ้าสลับป่าไม้พุ่มเตี้ยๆ หรือเรียกว่า ป่าแคระ ( Chaparral )
บริเวณที่พบ ชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกทางตอนกลางของมลรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐอเมริกา
6. ภูมิอากาศแบบภาคพื้นสมุทรชายฝั่งตะวันตก ( Marine Westcoast Climate )
ลักษณะอากาศ มีอากาศในฤดูร้อนอบอุ่นถึงค่อนข้างเย็น ฤดูหนาวอากาศไม่หนาวจัด มีฝนตกสม่ำ
เสมอตลอดปี เพราะได้รับอิทธิพลจากลมประจำตะวันตก
พืชพรรณธรรมชาติ เป็นป่าไม้ผลัดใบผสมกับป่าสน
บริเวณที่พบ ชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกของสหรัฐอเมริกาและแคนาดา
7. ภูมิอากาศแบบอบอุ่นชื้น ( Humid Subtropical Climate )
ลักษณะอากาศ มีลักษณะอากาศอบอุ่น อุณหภูมิปานกลาง ฝนตกตลอดปีไม่มีฤดูแล้ง
พืชพรรณธรรมชาติ เป็นป่าไม้ใบกว้างผลัดใบ
บริเวณที่พบ ภาคตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกา ที่ราบชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก
ดินแดนที่อยู่ภายในทวีปมีฝนตกน้อย พืชพรรณเป็นทุ่งหญ้ายาวในเขตอบอุ่น เรียกว่า ทุ่งหญ้าแพร์รี ( Prairie )
8. ภูมิอากาศแบบอบอุ่นชื้นภาคพื้นทวีป ( Humid Continental Climate )
ลักษณะอากาศ ฤดูร้อนมีอุณหภูมิปานกลางถึงสูงมาก และมีฝนตก ฤดูหนาวมีอากาศหนาว
พืชพรรณธรรมชาติ เป็น ป่าสนผสมป่าไม้ผลัดใบ
บริเวณที่พบ พื้นที่ทางตะวันออกและตะวันตกของทะเลสาบทั้ง 5 ( บริเวณทางตอนใต้ของแคนาดา
และตอนเหนือของสหรัฐอเมริกา)
9. ภูมิอากาศแบบไทกา ( Taiga Climate ) หรือ ภูมิอากาศกึ่งขั้วโลก
ลักษณะอากาศ มีฤดูร้อนมีอากาศค่อนข้างเย็น มีระยะเวลาสั้น มีฝนตกน้อย ฤดูหนาวมีอากาศ
หนาวจัด มีหิมะตก
พืชพรรณธรรมชาติ ป่าสน เป็นแหล่งไม้เนื้ออ่อนที่สำคัญของอเมริกาเหนือ พบบริเวณมลรัฐ
อะแลสกา และพื้นที่ส่วนใหญ่ทางภาคเหนือของแคนาดา
10. ภูมิอากาศแบบทุนดรา ( Tundra Climate ) หรือ ภูมิอากาศแบบขั้วโลก
ลักษณะอากาศ เป็นภูมิอากาศที่มีอากาศหนาวจัดตลอดปี ในฤดูร้อนไม่เดือนใดที่มีอุณหภูมิสูงกว่า
10 องศาเซลเซียส
พืชพรรณธรรมชาติ เป็นพวกตะไคร่น้ำ มอสส์
บริเวณที่พบ ชายฝั่งของมหาสมุทรอาร์กติกของมลรัฐอะแลสกาและแคนาดา
11. ภูมิอากาศแบบทุ่งน้ำแข็ง ( Ice-cap Climate )
ลักษณะอากาศ มีอากาศหนาวจัดและมีน้ำแข็งปกคลุมตลอดปี
บริเวณที่พบ ตอนกลางของเกาะกรีนแลนด์
12. ภูมิอากาศแบบที่สูง ( Highland Climate )
ลักษณะอากาศ ภูมิอากาศที่อากาศเปลี่ยนแปลงไปตามความสูงของพื้นที่ทุก ๆ ความสูง 180 เมตร
อุณหภูมิลดลง 1 องศาเซลเซียส

หน้าแรก
บทความ
เว็บบอร์ด
รวมรูปภาพ






